n_ude's profile*~ ยังรอคอยเธอเสมอ ไม่ว่...PhotosBlogLists Tools Help

n_ude

Occupation
Location
September 29

วันฝนพรำ

 
ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า
ทำให้อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย
แต่ก็ต้องลุกจากเตียงเพื่อไปสอบ
สอบครั้งนี้สำคัญกว่าครั้งไหนๆ
เพราะเป็นการสอบครั้งสุดท้าย
และวิชาสุดท้าย ในฐานะนิสิตจุฬา
มันจะเป็นความทรงจำตลอดไป
และเมื่อสอบเสร็จประมาณเที่ยง
การสอบครั้งนี้ก็ได้เป็นความทรงจำ
ที่มิอาจลบเลือนจริงๆ
บอกได้คำเดียว"มั่วแหลกลาน"
แต่เอาเถอะ มันผ่านไปแล้ว
รอลุ้นเกรดละกัน...
กินเที่ยงอยู่ดีๆ งานก็เข้า
ต้องทำรายงานเพิ่ม ทั้งๆที่ส่งไปแล้ว
วันเสาร์แห่งชาติของชั้น
ต้องสละเวลามาเพื่อปั่นงานอีกแล้ว
กินเที่ยงเสร็จก็ยังคงต้องนั่งปั่นงานที่ตกค้าง
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ต้องไปยืมหนังสือให้เพื่อนที่อักษร
ซึ่งมันมาไกลจากทุ่งรังสิต
เลยต้องไปยืมให้มัน
ยืมเสร็จก็ต้องไปประชุมต่อที่สยาม
แต่กว่าจะได้ขึ้นรถป๊อป ต้องรอนานโครตๆ
แถมเกือบต้องใช้ประกันชีวิตอีกต่างหาก
เพราะคนเยอะจนแทบจะตกรถลงมา
ประชุมไปได้สักพัก โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"กูกำลังจะต่อคิว เมิงประชุมเสร็จแล้วตามมา"
ก็นัดเพื่อนไว้ว่าจะไปซื้อบัตรคอนเสิร์ต friday ด้วยกัน
แต่ตอนนี้ชั้นยังประชุมอยู่เลย
สิ้นเสียงเพื่อนชั้นก็เร่งการประชุมโดยด่วน
แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทัน (ขอโทษนะนิ่ม)
แอบเห็นพี่บอยตรัยแวบๆเพราะคนเยอะมากๆ
ยื่นต่อคิวยาวเพื่อซื้อบัตร พร้อมลายเซ็น
ซึ่งในมือชั้นตอนนี้มีซีดีพร้อมลายเซ็น
อ้อ บัตรคอนเสิร์ตด้วย
มันแลกมาด้วยเงินค่าขนมของชั้น
จะต้อง "กินแกลบ" อีกจนได้
เอาน่า ไม่ได้ดูบ่อยๆนี่นา
ออกมาจากพารากอน "ฝนตก" ซะงั้น
แต่ก็ไม่หนักมาก พอที่จะกลับบ้านได้
เดินมาส่งนิ่มที่ป้ายรถเมล์หน้าหอ
แล้วก็ขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
ปกติไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง
แต่วันนี้ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง
ถ้าชั้นเดินกลับคงถึงบ้านไปนานแล้ว
" ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า"
ที่รีบเพราะนัทดันลืมกุญแจบ้าน
มันนั่งรอมาตั่งแต่ 6โมงเย็น
ซึ่งตอนนี้มัน 2 ทุ่มแหละ
ชีวิตคนกรุง มันช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้
ตอนแรกกะจะกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า
เพราะวันนี้มีนัดชั้นปี กะจะ "ผิดศีลข้อ5"กัน
แต่สุดท้ายด้วยเหตุจำเป็น เลยไม่ได้ออกไป
ดีเหมือนกัน อยู่บ้านดูอีพิ้งค์ตอนจบ
หลังจากนั้นก็เคลียร์เรื่องค้างคาในใจ
กะพี่ที่ทำงาน ซึ่งมันก็ดีขึ้นมากเลยทีเดียว
ส่งผลทำให้อารมณ์ดี มานั่งอัพสาเปซได้
...The End...
 
 
 
 
 
 
 
September 04

เดือนสุดท้าย

 
เดือนสุดท้ายแล้วซินะ ที่จะได้ชุดนิสิตไปเรียน
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาคิดมาตลอดว่า
ถ้าใกล้จะเรียนจบ จะรู้สึกอย่างไร
 แล้ววันนี้ก็ได้รู้ถึงคำตอบ
"อยากยื้อเวลาให้นานออกไปอีก"
มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำในรั้วมหาลัยอีกตั้งเยอะ
และที่สำคัญยังอยากเห็นหน้าเพื่อนๆ
อยากพูดคุย อยากสนุก เหมือนวันเก่าๆ
ทุกครั้งที่เห็นหน้าเพื่อน ใจหายทุกครั้ง
เพราะเป็นเดือนสุดท้ายแล้ว ที่จะได้เรียนร่วมห้องกัน
และไม่มีรายงานให้ทำอีกแล้ว
...
หายไปซะนาน
คอมฯเจ๊ง  งานเข้า  ชิลล์
สลับกันไป เลยไม่ได้มาเขียนอะไรเพ้อเจ้อ
ช่วงนี้ก็มีความสุขดีตามสังขาร
จะว่าไปก็สุขดีเลยที่เดียว
เพราะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ทั้งสนุก ทั้งท้าทาย 
พบเจอใครต่อใครมากมาย
และสนิทกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ต่างจากใครบางคนที่รู้จักกันมานาน
จนวันนี้ ก็ยังเหมือนว่าเราไม่รู้จักกันเลย
...
คิดถึง ทุกๆคนนะ
แม้ว่าจะไม่ได้ไปเม้นท์ให้
ไม่ได้ส่งเมลล์ไปหา
แต่เราก็ยังคิดถึงน๊า
...
 
 
 
 
 
 
June 30

หนูดี มีเรื่องเล่า

ใช้ชีวิตเด็กปี 4 มาได้เดือนหนึ่งแล้วเหรอเนี้ย
และที่สำคัญ นี้เป็นเทอมสุดท้ายแล้ว
 สำหรับ " ชีวิตเด็กมหา'ลัย "
จะไม่มีการวุ่นวายกับการ เพิ่ม-ถอน รายวิชา อีกแล้ว
เพราะเทอมหน้าต้องเผชิญโลกกว้าง กับ "การฝึกงาน"
แล้วก็จะไม่เจอเพื่อนๆ ทุกๆวันเหมือนเคย
เรื่องมันเศร้าจริงๆ
...
 
ผ่านไปอีกงาน กับ "กีฬา freshy"
อยากบอกว่าเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเจอ
แต่ก็มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นเช่นกัน
ขอบคุณยอดนะ และอบจ.ทุกคน
พวกนายน่ารักจริงๆ
 ประธานกีฬาคณะ ประธานชมรม
ขอบคุณสำหรับการร่วมมือเป็นอย่างดี
แล้วไปกินข้าวกันนะ ทุกๆคน
...
 
ต้นเดือน "กรกฎา" ทีไร ใจหายทุกที่
เพราะเป็นเดือนแห่ง "การสิ้นสุด"
และ "การเริ่มต้น" ไปพร้อมๆกัน
บัณฑิต  กับ  น้องใหม่
ได้มาอยู่ในที่ที่เดียวกัน
"จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
เพื่อแสดงความยินดีให้กันและกัน
"น้องใหม่" จะได้เรียนรู้ และเตรียมตัว
เพื่อที่จะรอวัน ที่จะเป็น"บัณฑิต"
...
May 22

Love Love

 

กลับไปบ้านนอก ตั้งแต่กลับมาจากค่าย

และพยายามจะไม่ติดต่อกับโลกภายนอก

ก็แค่อยากกลับไปพักผ่อน กาย และ ใจ บ้างเท่านั้น

เพราะมันเหนื่อยล้า จากการใช้ชีวิตในเมืองกรุง

“ ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา ” ยังใช้ได้เสมอ

เห็นเด็กๆที่บ้าน แล้วรู้สึกอยากกลับไปเป็นเด็ก

ยังจำได้ดีว่า ตอนเด็กๆสนุก และมีความสุขมากแค่ไหน

แต่ทุกวันนี้ ความเป็น “ผู้ใหญ่” กำลังกลืนพื้นที่เหล่านั้นไป

กลับมา กรุงเทพ ได้แค่วันเดียวเท่านั้น “ งานเข้าเลย “

ทั้งสัมภาษณ์พี่หมอ (สุดหล่อของใครหลายๆคน) พี่ป๊อด MD.

และก็รับปากช่วยงาน กีฬา freshy เลยต้องเคาะสนิมกันบ้าง

ตอนนี้มีความสุขมากๆกับงานที่เข้ามา

ส่วนงานที่เคยรับปากไว้ก่อนหน้านี้ ได้ปฏิเสธไปแล้ว

เพราะไม่ชอบเป็นตัวสำรองให้ใคร เราก็มีสมองเหมือนกันนะ

...

วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาปีนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

“เป่าเค้ก”    “กินข้าว”    “ข้อความ”

ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษ

Love   Love ~*

 

May 05

9 คืน 10 วัน

 
ค่ายกีฬาพัฒนาเยาวชน  ณ. ร.ร.บ้านไก่ป่า  จ.ร้อยเอ็ด
14 - 23 มีนาคม 2550
...
8 ชั่วโมง หลับแล้วหลับอีก
ขบวนกลองยาว....ว
ชาวบ้าน เด็กน้อย ดอกไม้
อาคารไม้ชั้นเดียว
ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง
พ่อ - แม่บุญธรรม
หมู ไก่  หมดหมู่บ้าน
ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน
อาบน้ำ(มนต์)ใต้ท้องช้าง
เปิดห้องเชียร์มันที่นี่แหละ !!!
ปี1 เหมาล้างจานนะคร๊าบ
วิชาการ กีฬา ศิลปะ
โม่ปูน ขนทราย กล้ามขึ้น
หล่อค่ายหลังเดาะ
ฉลามตุ๋ย เย็บ2เข็ม เสียท่าสระว่ายน้ำลึก 1 ฟุต
ลุ้นเกรด เวอร์ชั่น Low-speed Internet
คิลเลอร์ฟีเวอร์ ตายกันหมดค่ายแล้วหละ
จับจิ๊งหลีด ท่ามกลางแสงจันทร์
รอบกองไฟ (ต้นแจ๊ะ อีกแหละ) ทำไปได้
นอนดูดาวบนลานกีฬาที่สร้างกะมือ
น้ำตาแห่งการลาจาก
 
" ที่ที่เรา(ทุกคน)รักกัน "
 
 
ปล. สมุดกระจกค่ายหาย  ใครเจอช่วยเอามาคืนด้วยน๊า
... ฮือ  ยังไม่ได้อ่านเลย
 
 
March 03

เรื่องเล่า

 
 
เทศกาลสอบปลายภาคมาเยือนตั้งแต่ปลายกุมภา
งานเลยเยอะตลอดเดือน จนไม่มีเวลามาอัพสาเปซ
แต่ก็สุขสบายดี ทั้งกาย และ ใจ
เพราะเริ่มปลงกับสิ่งรอบๆตัวได้บ้างแล้ว
หลังจากสูญเสียพี่ที่สำนักฯไปอย่างไม่มีวันกลับ
"เราจะไม่มีวันรู้ค่าของลมหายใจ  จนกว่าเราจะเป็นหวัดจนหายใจไม่ออก"
 
ศุกร์ ที่ 2 >>> ตะวันสาดแสงฤทธิ์แรงกล้า
theme งาน คือ เก๋า เก๋า แต่ทำไมต้องจำกัดแค่ปี 4 ง่ะ
เราก็อยากแต่งเหมือนกันนะ (ปีหน้า เจ้าภูผาฯ คนไหนไม่แต่งนะ โดนแน่)
เลี้ยงโต๊ะจีนที่สำนักฯตามเคย กินจนท้องจแทบแตก
หลังจากนั้นก็บายศรีที่สนามท่ามกลางแสงเดือน
บอกเล่าความในใจ  อาจารย์ - เพื่อน - พี่ - น้อง
มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการเสียน้ำตา
 
"ผูกพัน" และ  "ไม่เปลี่ยนแปลง"
 
อังคาร ที่ 6 >>> อิสระภาพ
เสร็จสิ้นภาระกิจพิชิตสอบ 8 ตัว
ส่องกระจกแล้วก็ตกใจ ตัวเองง่า  โทรมสุดๆ
และรู้สึกว่าเทอมนี้มีความสุขกับวิชาที่เรียน
(คิดถูกที่ลงเรียน เรดิโอ ทุกคนน่ารักจริงๆ)
แม้ว่าจะเรียนหนักมาก...ก
แต่สุดท้ายเราจบปี 3 จนได้
และก็เหลือแค่เทอมเดียวในรั้วจามจุรี
อดทน และ ฝ่าฟัน มันไปให้ได้นะ ทุกๆคน
......
 
 
 
 
February 06

Trip Outdoor

 
เดินป่า ณ เขาใหญ่ 3 วัน 2 คืน
ค่ำที่ไหน นอนที่นั่น
ใช้น้ำลำธารหุงข้าว และแปรงฟัน
แต่มีไม่พอสำหรับชำระร่างกาย
มองดูดาวผ่านยอดไม้
กินข้าวใต้แสงเทียนที่ทำเองจากกระป๋อง
เข้าห้องน้ำกลางป่าอันกว้างใหญ่
และสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นอีกอย่าง
คือ" มิตรภาพ"ระหว่างเพื่อน
แบ่งน้ำกันดื่ม ทั้งๆที่มันมีน้อย
ยื่นมือมาคอย ฉุด และ ดึง ไม่ให้ตกผา
ทำให้เรามีชีวิตรอด กลับมากรุงเทพ อย่างปลอดภัย
 
   ปล.ทำไมกับข้าวที่ทำในป่ามันอร่อยอย่างนี้
   ไม่ว่าเพลงจะเก่าแค่ไหนทุกคนก็ยังร้องได้ 
   เข้าป่าแต่ไม่เจอสัตว์สักตัวเดียว (รึว่าร้องเพลงกันดังไป)
   เก็บ "เห็บ" เป็นของฝาก (ติดอยู่หลังหู กว่าจะแกะออก โครตติดหนึบ)
   ไปดู Final Score มา ทำให้คิดถึง "มิตรภาพ" สมัย ม.ปลาย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Photo 1 of 11